จอดรถในบ้านหันหน้า ‘เข้า’ หรือ ‘ออก’ ดีกว่ากัน?

เมื่อพูดถึงการจอดรถในบ้าน หลายคนอาศัยเอาความสะดวกของตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถโดย ‘หันหน้าเข้า’ หรือ ‘หันหน้าออก’ ซึ่งการจอดรถแต่ละแบบไม่มีถูกผิด แต่มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป ลองไปดูกันว่าการจอดรถแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร การจอดรถในบ้านเราส่วนใหญ่ จะเป็นการจอดรถโดยหันหน้าออก ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่จอดรถในห้าง ฯลฯ ซึ่งสาเหตุหลักคงหนีไม่พ้นความสะดวกในการขับออกไปจากช่องจอด และยังลดความเสี่ยงจากการเฉี่ยวชนขณะถอยออกได้ แต่ประเทศในแถบยุโรปส่วนมากมักหันหน้ารถเข้า เพื่อความสะดวกในการเก็บสิ่งของสัมภาระไว้ท้ายรถ เพราะที่จอดรถในยุโรปมักค่อนข้างแคบ คนส่วนใหญ่จึงยอมลำบากในการถอยรถออก เพื่อที่จะสามารถเก็บของท้ายรถได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะรถที่มีลักษณะเป็นแบบแฮทช์แบ็ค ที่ต้องการพื้นที่เปิดประตูท้ายมากกว่ารถซีดาน เราลองไปดูข้อดี-ข้อเสียของการจอดรถแต่ละแบบกันว่าแตกต่างกันอย่างไร? – จอดรถหันหน้าเข้าบ้าน ข้อดี – จอดง่าย เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จอดรถกว้าง สามารถหักเลี้ยวเข้าบ้านได้โดยไม่ต้องถอยเพื่อตั้งลำ อีกทั้งยังสามารถขนถ่ายสิ่งของสัมภาระท้ายรถได้อย่างสะดวก ขณะที่การสตาร์ทเครื่องยนต์ตอนเช้าจะทำให้มลพิษจากท่อไอเสียถูกพ่นเข้าบ้านน้อยกว่า ทำให้บ้านไม่เหม็นในตอนเช้า และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ในบ้าน ข้อเสีย – การนำรถออกจากบ้านทำได้ยากกว่า เพราะต้องถอยหลังออก โอกาสเฉี่ยวชนมีสูงกว่า ยิ่งถ้าต้องรีบออกจากบ้านจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเฉี่ยวชนสูงขึ้น รวมถึงหากมีรถข้างบ้านจอดรถยื่นขวางหน้าประตู จะทำให้ถอยรถได้ลำบากขึ้น …

มารู้จักกับวัฒนธรรมทำร้ายตัวเองสุดสยองของ 3 ชนเผ่า ที่คนภายนอกล้วนไม่เข้าใจ

ในแต่ละท้องที่ล้วนแต่วัฒนธรรมความเชื่อที่เป็นของตัวเอง ทั้งเรื่องศาสนา ชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งพวกนี้นั้นเป็นสิ่งที่ถูกส่งต่อๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น วันนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับวัฒนธรรมชนเผ่าที่คนภายนอกดูแล้วต้องรู้สึกสยองไปกับพวกเค้าเพราะสิ่งที่พวกเค้าทำนั้น เมื่อมองจากคนภายนอกก็ล้วนแต่มีคำถามว่า ทำให้ตัวเองเจ็บปวดไปเพื่ออะไร จะน่ากลัว แปลก และสยดสยองแค่ไหนนั้นเลื่อนลงไปชมพร้อมๆ กันเลย ผู้หญิงเผ่าดายัค “ดายัค” เป็นชนเผ่าท้องถิ่นที่อยู่บนเกาะบอร์เนียวในแถบอินโดนีเซีย อดีตมีชื่อเสียงในเรื่องความดุร้ายและกินเนื้อมนุษย์ แต่เมื่อความเจริญเริ่มเข้ามาพฤติกรรมนั้นก็ได้จางหายไป เผ่าดายัคนอกเหนือไปจากเรื่องความดุร้ายแล้วก็ยังมีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เป็นที่น่าสนใจนั่นก็คือ การถ่วงหูด้วยห่วงที่ทำจากโลหะ ชาวดายัคเชื่อกันว่านี่คือ วิธีฝึกความอดทนโดยจะทำกันตั้งแต่เกิด ในอดีตนั้นการถ่วงหูจะทำทั้งเด็กผู้ชายและผู้หญิง แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็หลงเหลือไว้เพียงแค่การถ่วงหูของเด็กผู้หญิงเท่านั้น วิธีการทำ เมื่อเด็กอายุได้ประมาณ 3-4 เดือนก็จะเริ่มทำการเจาะหูแล้วร้อยห่วงเข้าไปข้างละ 1 ห่วงเมื่ออายุครบปีก็จะร้อยเข้าไปอีกห่วง ในเผ่าสามารถรู้อายุได้ก็ด้วยการนับจำนวนห่วงนี่แหละ ในปัจจุบันการถ่วงหูในเผ่าก็สามารถที่จะเห็นได้เพียงแค่คนแก่ที่อายุเกิน 60 ปีเท่านั้น เพราะปัจจุบันไม่มีใครที่จะอยากถ่วงหูอีกต่อไปเพราะเห็นว่าเป็นการกระทำที่เจ็บปวด น่ารำคาญและล้าสมัย ในเทศกาลประจำปีของเผ่าดายัคเราจึงได้เห็นบรรดาสาวๆ ทำติ่งหูเลียนแบบขึ้นมาแค่นั้นเอง ผู้หญิงเผ่าอะปาตานิ “อะปาตานิ” มีถิ่นที่อยู่บริเวณรัฐอรุณาจัลประเทศ ของอินเดีย สิ่งที่ทำให้ชนเผ่านี้แตกต่างจากชนเผ่าที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันก็เป็นเพราะว่าบรรดาผู้หญิงของชนเผ่าทุกคนล้วนแต่มีเครื่องประดับที่ดูแปลกตาติดอยู่ที่ปีกจมูกโดยการ “เจาะ” และยัดมันเข้าไป …

นักร้องคนนี้ทำให้ลืมไปเลยว่าเคยเป็นผู้หญิงมาก่อน

หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ๆ พอกลับมาเห็นอีกทีนักร้องสาวหล่อคนนี้ทำเอาตะลึงในรูปร่าง แต่ก่อนนั้นยังผอมบางร่างน้อยความสัดส่วนความเป็นผู้หญิงยังพอจะหลงเหลือให้เห็นบ้าง แต่วันนี้ ซี มัฑณาวี เปลี่ยนไปมากรูปร่างดูมีความบึกบึนกล้ามเป็นมัดๆ ดูเป็นผู้ชายสุดๆ หล่อเท่ขึ้นเป็นกองขนาดนี้เหล่าบรรดาน้องดี้กรี๊ดคอแตกเลยค่าาา

ฉีกกฎทุกวงการ ‘Girlplay’ ถุงยางอนามัยแบบสเปรย์ ไม่ต้องรอให้แห้ง แถมผู้หญิงก็ใช้ได้ หืม..มันเป็นยังไง

Girlplay ถุงยางอนามัยแบบสเปรย์ เป็นผลงานการคิดค้นของ Michele Chu นักศึกษาด้านการออกแบบจาก Pratt Institute ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานถุงยางอนามัยแบบฉีดพ่นของ Jan Vinzenz Krause ผู้คิดค้นถุงยางแบบพ่นประเทศเยอรมนี โดยใช้ชื่อคอนเซ็ปต์เท่ๆ ว่า Lover’s Kit ความแตกต่างระหว่างถุงยางอนามัยแบบสเปรย์ของ Michele Chu และของ Jan Vinzenz Krause คือ รูปลักษณ์ภายนอกและลักษณะการใช้งาน โดยถุงยางอนามัยสเปรย์แบบเก่าจะต้องรอให้สเปรย์ที่พ่นไปแห้งเสียก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 3 นาที แต่แบบใหม่ของ Michele Chu ไม่ต้องรอนานขนาดนั้น และนอกจากนี้ยังเป็นถุงยางอนามัยสำหรับเพศหญิงได้อีกด้วย นอกจากถุงยางอนามัยแบบสเปรย์ Girlplay แล้ว Michele Chu ยังได้คิดค้นถุงยางอนามัยและชุดชั้นในที่สามารถควบคุมได้ด้วยรีโมตคอนโทรล เพียงแค่กดปุ่มที่รีโมตถุงยางอนามัยก็จะเปลี่ยนกลิ่นได้ทันที …

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่..“วิบากกรรม” ของ 7 วันเกิด แนะวิธีลดกรรม… เพิ่มเสริมบารมี ??

วิบากกรรมของคนที่เกิดวันอาทิตย์ วิบากกรรมที่ติดตัวคนที่เกิดวันอาทิตย์อยู่นั้น มักจะทำบุญกับคนไม่ค่อยขึ้น ในช่วงวัยเด็กอาจจะเกิดความลำบากบ้าง และเมื่อโตขึ้นนั้นก็ยังเจอกับปัญหาในเรื่องเกี่ยวข้องกับบริวารอีก จึงทำให้เหตุที่มานั้น เกี่ยวข้องกันกับเรื่องเงินๆทองๆเสียอีกด้วย เป็นคนที่ชอบเชื่อคนง่าย และไว้ใจคน ทั้งยังเป็นคนกตัญญูกับผู้ที่ให้การช่วยเหลือตนเองอีกด้วย ในเกณฑ์ดวงท่าน เคยสังเกตไหมว่า ท่านจะต้องเจอปัญหากับเรื่องของคนอื่นอยู่เสมอ ท่านช่วยใครไปก็ตาม คนนั้นมักที่จะต้องสร้างปัญหาให้ท่านเสมอ เวลาช่วยแล้วเขาก็จะมองไม่เห็นความดี ของท่านเลย การแก้ไขวิบากกรรม ของคนที่เกิดในวันอาทิตย์ 1.พยายามทำบุญอุทิศส่วนกุศล ในทุกวันเกิด ให้ผู้ที่เคยล่วงเกินกันมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ เพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับกุศลและให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน 2.หากยังมีคนที่เคยล่วงเกินแล้วยังมีชีวิตอยู่ ให้หาเงินไปคืนเขาและขอให้เขาอโหสิกรรมให้ เพื่อชีวิตของเราจะได้ดีขึ้น 3.ตักบาตร ในทุกๆวันโกนอุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรเพื่อให้ได้รับกุศล และเปิดทางให้ชีวิตดีขึ้น 4.ทำกุศลกับผู้มีพระคุณและช่วยคนไว้ เพื่อยามเวลาที่เราทุกข์ยากจะได้มีคนมาเหลียวแล และดูแลเราบ้าง 5.สวดมนต์ทุกวันเกิด และแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรให้ได้รับบุญกุศลและอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน   วิบากกรรมของคนที่เกิดในวันจันทร์ คนที่เกิดวันจันทร์นั้นมีกรรมด้านความรักมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน บางท่านอาจจะได้พบคู่แท้ยากมาก บางท่านที่ได้คู่แล้วมักที่จะต้องแอบซ่อนเปิดเผยไม่ได้ บางท่านก็ได้ในแบบที่อายุแตกต่างกันอย่างมาก นั่นก็คือกรรมที่ส่งผลให้ความรักไม่เกิดผลตามสิ่งที่เรามุ่งหวังไว้ สังเกตได้จากกรรมที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลาหนึ่งนั้นคุณจะพบได้ว่า …

มาดู วิธีแก้อาการสะอึก ง่ายๆ ก็หายได้

อาการสะอึก เป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันที โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ จึงไม่มีวิธีป้องกัน เชื่อว่าเกิดจากการรบกวนประสาทกะบังลมและกล้ามเนื้อกระดูกซี่โครงที่ช่วยในการหายใจ ส่งผลให้กล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครงและกะบังลมหดตัวทันที คนที่เป็นบ่อยจะรู้สึกรำคาญตัวเอง ครั้งนี้เราเลยมาบอกสาเหตุและวิธีแก้อาการสะอึก สาเหตุของการสะอึกมีหลายสาเหตุ – กินเร็วเกินไป – กินอาหารรสจัด – กระเพาะอาหารมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจากอาหาร เช่น ทานซุปร้อนๆ เข้าไป หรือดื่มน้ำอัดลมเย็นๆ เข้าไป – ดื่มน้ำอัดลม เบียร์ หรือเหล้า – สูบบุหรี่ – มีอาการตื่นเต้น เครียด กังวล ทำให้สะอึก วิธีแก้อาการสะอึก 1.ดื่มน้ำ วิธีการคือ กลั้นหายใจแล้วดื่มน้ำตั้งแต่ 3 อึกขึ้นไป โดยค่อยๆ กลืนทีละอึก จะทำให้ระบบต่างๆ ปรับสภาพเข้าที่เข้าทาง 2. กดจุดสะอึก …

ลัดเลาะกรุงเทพฯ สำรวจ 10 ร้านหนังสืออิสระน่านั่งซดกาแฟ

วันหยุดสุดสัปดาห์หากคุณไม่ได้เดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็คงอยากหาสถานที่ชิลๆ พักผ่อนเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตสำหรับเก็บพลังไว้เริ่มต้นทำงานในเช้าวันจันทร์ หลายๆ คนไม่รู้จะไปไหนก็อาจเลือกที่จะนอนหายใจนิ่งๆ ตามองเพดานโล่งๆให้ช่วงเวลาวันหยุดผ่านพ้นไป เราขออาสาพาคุณไปสำรวจสถานที่ป้อบๆ ตามไลฟ์สไตล์ของชาวกรุงกับ ‘Bookshop Bar’ หรือร้านหนังสือน่านั่งที่จะมาเปลี่ยนวันหยุดของคุณให้มีความหมายมากยิ่งขึ้น ลองหาเวลาว่างๆ มานั่งปลดปล่อยความคิด พร้อมกับดื่มกาแฟหอมกรุ่นระหว่างอ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม แค่นี้ก็เปลี่ยนวันหยุดน่าเบื่อของคุณให้มีสีสันขึ้นแล้วล่ะ ถ้างั้นเราลองมาย่ำกรุงเทพฯ สำรวจ 10 ร้านหนังสือน่านั่ง ที่นอกจากจะได้เลือกซื้อหนังสือที่ถูกใจแล้ว ยังมีเครื่องดื่มสูตรเฉพาะและเมนูถูกใจให้คุณได้ดื่มเพื่อเพิ่มอรรถรสอีกด้วยนะ ! 1. ร้านหนังสือก็องดิด (Candide Books) ร้านหนังสืออินดี้สุดฮิปขวัญใจนักอ่านรุ่นเก๋า ที่ใช้ชื่อเก๋ๆ ตามชื่อวรรณกรรมชิ้นเอกของโลก ‘ก็องดิด’ หน้าร้านมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา ภายในร้านมีหนังสือจากหลายหลายสำนักพิมพ์ รวมทั้งโปสการ์ดและภาพถ่ายจากเหล่าศิลปิน นอกจากนี้ยังสามารถสั่งขนมและเครื่องดื่มมานั่งรับประทานพร้อมอ่านหนังสือดีๆ ได้อีกด้วย อยู่ภายในโครงการ The Jam Factory ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน 2.  House …

เช็ค 5 ปัจจัยสำคัญในการสร้างครอบครัวของหนุ่มสาววัย 30

เมื่อความรักของหนุ่มสาวสุกงอม อยากจะลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวด้วยกัน ก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ อย่าง เพราะเมื่อคุณจะก้าวไปสู่การใช้ชีวิตคู่อีกระดับหนึ่ง เรื่องความรักก็ไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป แต่มีคนในครอบครัวของทั้งสองฝ่ายและปัจจัยด้านอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ซึ่งการไม่เตรียมความพร้อมและไม่วางแผนชีวิตครอบครัวทำให้คู่รักที่คบหากันมานานหลายๆ คู่ต้องยุติความสัมพันธ์ลง ทางมหาวิทยาลัยยูทาห์แห่งสหรัฐอเมริกาได้เผยผลศึกษาว่า “ช่วงอายุที่เหมาะสมต่อการแต่งงานมากที่สุด คือช่วงอายุระหว่าง 28-32 ปี” เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มีความรับผิดชอบและรู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเอง พูดง่ายๆ ก็คือวัย 30 นี่แหละเป็นช่วงอายุที่หนุ่มสาวอยากลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวร่วมกับคนที่รัก และแน่นอนว่าคุณจะต้องรู้จักเตรียมความพร้อม ไม่ใช่ว่าคิดอยากจะแต่งงานก็แต่งเลย เพราะฉะนั้น เราจะพาคุณมาเช็ค 5 ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การสร้างครอบครัวของหนุ่มสาววัย 30 กัน 1. มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ รู้จักปรับตัวเข้าหากัน คู่รักวัยรุ่นอาจมีปัญหาทะเลาะกันเรื่องความเอาแต่ใจ ไม่รู้จักปรับตัวเข้าหากัน แต่สำหรับคู่รักวัยผู้ใหญ่นั้นควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ รู้จักใช้เหตุผลเพื่อปรับตัวเข้าหากันด้วยความเข้าใจ แน่นอนว่าทุกคนนั้นร้อยพ่อพันแม่ มีนิสัยและประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นหากคุณอยากจะใช้ชีวิตคู่กับคนรักแล้วล่ะก็ ทั้งคู่จะต้องพูดคุยทำความเข้าใจและเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากัน ยอมรับข้อเสียกันและกันให้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะสร้างความมั่นคงทางความสัมพันธ์ของพวกคุณ บางคู่ไม่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอกันดีมากพอ เมื่อใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน …

ทิ้งไม่ลง! สัญญาณเตือนโรคจิต “ชอบเก็บสะสมของ”

คุยกับเพื่อนแล้วเพื่อนบอกว่า ทะเลาะกับผู้ใหญ่ที่บ้าน เพราะไม่ยอมเก็บของทิ้งเลย เก็บอะไรไม่รู้รกบ้านเต็มไปหมด ต้องแอบเอาออกไปทิ้งเวลาเขาไม่อยู่ ทำให้นึกถึงเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ทะเลาะกับพ่อเพราะพ่อชอบเก็บของไว้ในห้องจนรกไปหมดอีกเช่นกัน แสดงว่ามีคนที่ชอบเก็บของจนรกบ้านอยู่มากมายในสังคมไทยเหมือนกันนะ แล้วที่น่ากลัวก็คือ อาการแบบนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะเสี่ยงเป็นโรคจิตประเภทหนึ่งด้วยนะ เราเรียกว่า “โรคเก็บสะสมของ” โรคเก็บสะสมของ คืออะไร? โรคเก็บสะสมของ หรือ Hoarding Disorder เป็นโรคจิตประเภทหนึ่งที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาในเกณฑ์วินิจฉัยโรคทางจิตเวทเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมานี้เอง จริงๆ แล้วยังไม่มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการ แต่มักรู้จักกันในชื่อ “โรคเก็บสะสมของ” จากการศึกษาในต่างประเทศ โรคเก็บสะสมของ พบได้บ่อยราว 2-5 % ในกลุ่มบุคคลปกติทั่วไป และส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับคนโสด โดยอาจเริ่มมีอาการมาเรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น จนถึงเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน โรคเก็บสะสมของ มีอาการอย่างไร? 1.เก็บของเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นของที่มีประโยชน์ หรือดูไม่ค่อยมีประโยชน์ก็ตาม 2.ตัดใจทิ้งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งที่เก็บเอาไว้ไม่ได้ ทำใจลำบาก โดยมักมีเหตุผลอ้างว่า …

เผยเคล็ดลับบำรุงรอบดวงตา ทั้งกินทั้งทา บอกลาใต้ตาคล้ำได้เลย

บอกลาใต้ตาคล้ำกับ เคล็ดลับบำรุงรอบดวงตา แบบออร์แกนิก รอยคล้ำใต้ตาถามหาอีกแล้ว กังวลเรื่องรอยคล้ำใต้ดวงตา ต้องใช้อะไรบำรุงรอบดวงตา? เชื่อว่าคุณแม่บ้านหลายๆ ท่านกำลังเผชิญกับปัญหาใต้ดวงตามีรอยคล้ำ ทั้งๆ ที่ไม่ได้นอนดึกทุกวัน ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่ต้องกลุ้มใจไปค่ะ เพราะจริงๆ แล้วการแก้ปัญหาเรื่องนี้มีหลากหลายวิธี แถมเป็นวิธีที่แสนง่ายโดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาช่วยแก้ปัญหาให้หมดไป เราเรียกว่าเป็นวิธี “การบำรุงรอบดวงตาแบบออร์แกนิก” พร้อมจดเคล็ดลับไปทำตามกันดูได้เลยค่ะ 1.แอปเปิ้ลช่วยได้ หนึ่งในวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างผลไม้ ก็สามารถช่วยเรื่องใต้ตาคล้ำได้ดีทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะ “แอปเปิ้ล” เลือกใช้ได้ทั้งสีแดงและสีเขียว ตัวแอปเปิ้ลจะช่วยดูดซับความหมองคล้ำให้บางเบาลง วิธีการง่ายๆ ให้เตรียมแอปเปิ้ลฝานบางๆ นำมาปิดตา แล้วนอนพักประมาณ 10 – 15 นาที หมั่นทำเป็นประจำติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ จะค่อยๆ เห็นผลค่ะ อยากสวยเราต้องใจเย็นกันสักนิดนะคะสาวๆ 2.ดื่มน้ำแครอทหรือน้ำมะเขือเทศเป็นประจำ แคโรทีนในแครอทและมะเขือเทศจะมีส่วนช่วยขจัดความเมื่อยล้าบริเวณดวงตาได้ดีมากๆ เลยค่ะ ซึ่งความเมื่อยล้าของดวงตานั้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรามีรอยคล้ำรอบดวงตาได้ง่าย เพราะฉะนั้นให้หมั่นดื่มน้ำที่มีแคโรทีนอย่างแครอทและมะเขือเทศเป็นประจำก็จะสามารถช่วยคุณได้เช่นกันค่ะ …